Callcenter: 088-004-0005

Line ID: @starclinic

Open Daily 11:00 - 21:00

เว็บไซต์นี้สำหรับสมาชิกสตาร์คลินิกเท่านั้น

ไขมันหนอกคอ คืออะไร โปรแกรมกำจัดไขมันหนอกคอหนอกคอ หรือที่เรียกว่า หนอกหลัง (Buffalo Hump) คือ ภาวะที่มีการสะสมของไขมันบริเวณช่วงคอด้านหลังจนเกิดเป็นก้อนนูนขึ้นมาอย่างชัดเจน ส่งผลให้แนวสัดส่วนของคอ ไหล่ และหลังส่วนบนดูเปลี่ยนไป

  • Buffalo Hump Fat Removal Program

    ไขมันหนอกคอ คืออะไร โปรแกรมกำจัดไขมันหนอกคอ

    ไขมันหนอกคอ คืออะไร?

    หนอกคอ หรือที่เรียกว่า หนอกหลัง (Buffalo Hump) คือ ภาวะที่มีการสะสมของไขมันบริเวณช่วงคอด้านหลังจนเกิดเป็นก้อนนูนขึ้นมาอย่างชัดเจน ส่งผลให้แนวสัดส่วนของคอ ไหล่ และหลังส่วนบนดูเปลี่ยนไป

    โดยส่วนใหญ่ภาวะนี้มักไม่ก่อให้เกิดอาการเจ็บปวด แต่สามารถสังเกตได้จากภายนอกอย่างชัดเจน และอาจส่งผลต่อความมั่นใจ รวมถึงบุคลิกภาพโดยรวมของผู้ที่มีภาวะนี้

    ในบางกรณี หนอกคอไม่ได้เป็นเพียงปัญหาด้านรูปลักษณ์เท่านั้น แต่ยังอาจสะท้อนถึงความผิดปกติภายในร่างกาย เช่น ความไม่สมดุลของฮอร์โมน หรือภาวะสุขภาพบางอย่างที่ควรได้รับการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม

    สาเหตุของหนอกคอ

    การเกิดหนอกคอมีได้จากหลายปัจจัย ทั้งจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงภาวะทางการแพทย์ ได้แก่

    • ความผิดปกติของฮอร์โมน
    • โดยเฉพาะภาวะคอร์ติซอลสูง เช่น Cushing’s Syndrome ซึ่งส่งผลให้ไขมันสะสมผิดตำแหน่ง
    • การใช้ยาสเตียรอยด์ต่อเนื่อง อาจกระตุ้นให้ร่างกายเกิดการสะสมไขมันบริเวณลำตัวและต้นคอ
    • พฤติกรรมการนั่งหรือใช้ชีวิต เช่น ก้มคอเล่นมือถือ หรือทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานในท่าที่ไม่เหมาะสม
    • ผลข้างเคียงจากยาเช่น ยาบางชนิดที่มีผลต่อระบบเผาผลาญไขมัน หรือฮอร์โมนในร่างกาย
    • โรคประจำตัวบางชนิด เช่น โรคอ้วน หรือ โรคกระดูกพรุน การเปลี่ยนแปลงตามวัย โดยเฉพาะในช่วงวัยหมดประจำเดือนที่ฮอร์โมนเพศลดลง การบาดเจ็บบริเวณคอ อาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อและไขมันในบริเวณนั้น

    วิธีดูแลและกำจัดไขมันหนอกคอ 

    แนวทางการรักษาจะขึ้นอยู่กับสาเหตุและขนาดของหนอกคอ โดยสามารถแบ่งได้เป็นหลายวิธี

    การรักษาหนอกคอ (Buffalo Hump) ควรเริ่มจากการประเมินสาเหตุที่แท้จริงก่อน เช่น ไขมันสะสมจากพฤติกรรม น้ำหนักตัว ฮอร์โมน การใช้ยา หรือความผิดปกติของกระดูกสันหลัง เพื่อให้สามารถเลือกวิธีรักษาได้เหมาะสมและตรงจุดมากที่สุด

     

    1. ดูดไขมันหนอกคอ

    1.1 ด้วยโปรแกรม Vaser Lipo Selection เป็นเทคโนโลยีดูดไขมันที่ใช้พลังงานคลื่นเสียงอัลตราซาวด์ในการสลายก้อนไขมัน ทำให้ไขมันแตกตัวเป็นของเหลวและมีความอ่อนนุ่ม ก่อนดูดออกจากร่างกายได้ง่ายขึ้น

    ข้อดีของ Vaser Lipo คือช่วยลดการกระทบกระเทือนต่อเส้นเลือด เส้นประสาท และเนื้อเยื่อรอบข้าง จึงช่วยให้บวมช้ำน้อย และฟื้นตัวได้เร็วกว่าเทคนิคดูดไขมันทั่วไป

    ข้อดีของการดูดไขมันหนอกคอด้วย Vaser Lipo

    • ช่วยลดไขมันหนอกคอได้อย่างแม่นยำ
    • ลดการบวมและช้ำหลังทำ
    • เจ็บน้อยกว่าการดูดไขมันแบบเดิม
    • เหมาะกับผู้ที่มีไขมันหนอกคอขนาดกลางถึงใหญ่

    2.2 ดูดไขมันพร้อมยกกระชับด้วย BodyTite

    BodyTite เป็นเทคโนโลยีดูดไขมันที่ใช้พลังงาน RF (Radiofrequency) หรือคลื่นวิทยุ ช่วยสลายไขมันพร้อมกระตุ้นให้ผิวหนังหดตัวและกระชับขึ้นในเวลาเดียวกัน

    จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีหนอกคอร่วมกับปัญหาผิวหย่อนคล้อย เพราะหลังดูดไขมันแล้ว ผิวจะไม่ดูย้วยหรือหย่อนมากจนเกินไป

    อย่างไรก็ตาม หากหนอกคอมีขนาดใหญ่มาก นูนชัด หรือมีผิวหนังส่วนเกินมาก หลังดูดไขมันอาจจำเป็นต้องตัดผิวหนังส่วนเกินร่วมด้วย เพื่อให้รูปทรงเรียบขึ้น ซึ่งอาจทำให้เกิดแผลบริเวณด้านหลังคอ โดยลักษณะของแผลขึ้นอยู่กับเทคนิคของแพทย์

    2.Liposlim

    Liposlim เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยลดไขมันสะสมเฉพาะจุด โดยไม่ได้เพียงทำให้เซลล์ไขมันมีขนาดเล็กลง แต่ช่วยกำจัดไขมันส่วนเกินในบริเวณที่ต้องการ พร้อมช่วยให้ผิวดูกระชับขึ้น

    • จุดเด่นของวิธีนี้คือ
    • ไม่ต้องผ่าตัด
    • ไม่มีบาดแผล
    • ขณะทำรู้สึกสบาย
    • ไม่จำเป็นต้องพักฟื้น
    • สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

    จึงเหมาะกับผู้ที่มีหนอกคอขนาดเล็กถึงปานกลาง และต้องการทางเลือกที่ไม่ต้องผ่าตัด

    3.การรักษาด้วยเทคนิค LipoGold Therapy

    LipoGold Therapy เป็นการฉีดสารเพื่อลดไขมันเฉพาะจุด เช่น Phosphatidylcholine และ L-Carnitine เข้าไปในบริเวณที่มีไขมันสะสม เพื่อช่วยกระตุ้นให้เซลล์ไขมันแตกตัวและถูกขับออกทางระบบน้ำเหลืองตามธรรมชาติ

    นอกจากช่วยลดไขมันแล้ว วิธีนี้ยังช่วยให้

    • ระบบไหลเวียนเลือดดีขึ้น
    • ระบบน้ำเหลืองทำงานได้ดีขึ้น
    • ผิวบริเวณที่รักษาดูกระชับขึ้น
    • เนื้อเยื่อรอบบริเวณที่ฉีดแข็งแรงขึ้น

    เหมาะสำหรับผู้ที่มีไขมันสะสมไม่มาก และต้องการลดไขมันแบบค่อยเป็นค่อยไป

    4.การรักษาในกรณีที่หนอกคอเกิดจากกระดูกสันหลังหรือภาวะกระดูกพรุน

    ในบางราย หนอกคออาจไม่ได้เกิดจากไขมัน แต่เกิดจากกระดูกสันหลังส่วนบนโก่งหรือยุบตัวจากภาวะกระดูกพรุน

    ในกรณีนี้ แพทย์อาจพิจารณารักษาด้วยการฉีดซีเมนต์กระดูก (Bone Cement) เพื่อเสริมความแข็งแรงให้กระดูก ลดการยุบตัว และช่วยให้แนวกระดูกสันหลังดีขึ้น ซึ่งจะช่วยลดลักษณะนูนบริเวณต้นคอร่วมด้วย

    วิธีนี้เหมาะกับผู้ที่มีปัญหากระดูกเป็นสาเหตุหลัก และควรได้รับการประเมินโดยแพทย์เฉพาะทาง

    สรุปแล้ว การรักษาหนอกคอไม่มีวิธีใดที่เหมาะกับทุกคน การเลือกวิธีรักษาควรขึ้นอยู่กับสาเหตุ ขนาดของหนอกคอ ปริมาณไขมัน และสภาพผิวของแต่ละบุคคล การเข้ารับการประเมินจากแพทย์จะช่วยให้เลือกแนวทางที่เหมาะสมที่สุด เพื่อให้ผลลัพธ์ดูเรียบเนียน เป็นธรรมชาติ และช่วยเสริมบุคลิกภาพให้มั่นใจมากขึ้นการปรับพฤติกรรม ร่วมกับการทำกายภาพบำบัดสามารถช่วยให้รูปทรงดีขึ้นได้

    การควบคุมน้ำหนักและโภชนาการ

    การดูแลน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม (BMI ประมาณ 18.5–22.9) ร่วมกับการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น

    • ลดน้ำตาลและอาหารแปรรูป
    • เพิ่มผัก ผลไม้ และธัญพืชไม่ขัดสี
    • ควบคุมปริมาณอาหารในแต่ละมื้อ

    หนอกคอ อันตรายไหม?

    แม้หนอกคอจะดูเป็นปัญหาด้านรูปลักษณ์ แต่ในบางกรณีอาจเกี่ยวข้องกับโรคเรื้อรัง เช่น

    • โรคเบาหวาน
    • ความดันโลหิตสูง
    • โรคหัวใจและหลอดเลือด

    หากพบว่าหนอกคอมีขนาดเพิ่มขึ้นรวดเร็ว หรือมีอาการร่วมอื่น ๆ ควรเข้าพบแพทย์เพื่อประเมินอย่างละเอียด

    สรุป หนอกคอ (Buffalo Hump) คือการสะสมของไขมันบริเวณคอด้านหลังที่ทำให้เกิดก้อนนูนชัดเจน แม้ส่วนใหญ่จะไม่เจ็บปวด แต่สามารถส่งผลต่อบุคลิกภาพ และอาจเป็นสัญญาณของความผิดปกติในร่างกายได้

    การรักษามีหลายแนวทาง ตั้งแต่การปรับพฤติกรรม ควบคุมน้ำหนัก ไปจนถึงหัตถการทางการแพทย์ โดยควรเลือกวิธีที่เหมาะสมตามสาเหตุและคำแนะนำของแพทย์

    ทีมแพทย์สตาร์คลินิก มีประสบการณ์ด้านผิวพรรณและศัลยกรรมความงามมากกว่า 10 ปี

    เปิดบริการทุกวัน เวลาทำการ 11.00 – 21.00 น.

    ปรึกษาหรือสอบถามโปรโมชั่น โทร. 088-004-000

    อ่าน 11 ครั้ง

Recommendสตาร์คลินิก (Star Clinic) | แนะนำบทความดีๆ