Callcenter: 088-004-0005

Line ID: @starclinic

Open Daily 11:00 - 21:00

เว็บไซต์นี้สำหรับสมาชิกสตาร์คลินิกเท่านั้น

ล้างสารพิษในร่างกายการให้สารน้ำทางหลอดเลือด (ให้น้ำเกลือ) ที่มีสารประกอบประเภทกรดอะมิโน ที่เรียกว่า EDTA ผสมกับวิตามินและแร่ธาตุ ซึ่ง EDTA ทำหน้าที่สำคัญ ในการจับสารโลหะหนัก

  • Chelation

    คีเลชั่น (Chelation) สตาร์คลินิก (Star Clinic) | การให้สารน้ำทางหลอดเลือด (ให้น้ำเกลือ) ที่มีสารประกอบประเภทกรดอะมิโน ที่เรียกว่า EDTA ผสมกับวิตามินและแร่ธาตุ ซึ่ง EDTA ทำหน้าที่สำคัญ ในการจับสารโลหะหนัก

    คีเลชั่น (Chelation) คือ การให้สารน้ำทางหลอดเลือด (ให้น้ำเกลือ) ที่มีสารประกอบประเภทกรดอะมิโน ที่เรียกว่า EDTA ผสมกับวิตามินและแร่ธาตุ ซึ่ง EDTA ทำหน้าที่สำคัญ ในการจับสารโลหะหนัก

    คีเลชั่น คือ การให้สารน้ำทางหลอดเลือด (ให้น้ำเกลือ) ที่มีสารประกอบประเภทกรดอะมิโน ที่เรียกว่า EDTA ผสมกับวิตามินและแร่ธาตุ ซึ่ง EDTA ทำหน้าที่สำคัญ ในการจับสารโลหะหนัก เช่น ตะกั่ว ปรอท สารหนู หรือแม้แต่แคลเซียมส่วนเกิน ซึ่งสะสมตกค้างในเนื้อเยื่อ และพอกอยู่ ตามผนังหลอดเลือดของเรา เพื่อขจัดออก จากระบบปัสสาวะ ระยะเวลาในการให้น้ำเกลือแต่ละครั้ง ประมาณ 2.5-3 ชั่วโมง ระหว่างที่ให้น้ำเกลือสามารถพักผ่อน ดูโทรทัศน์ อ่านหนังสือหรือฟังเพลงได้ตาม ปกติธรรมดา ภายหลังจากการเสร็จการรักษาสามารถ ประกอบกิจกรรมได้ตามปกติไม่จำเป็นต้องนอนพัก

     

     

     

    การล้างพิษหลอดเลือด ผ่านทางน้ำเกลือ ที่มีสารประกอบประเภทกรดอะมิโน ที่เรียกว่า EDTA ผสมกับวิตามินและแร่ธาตุ การให้สารน้ำทางหลอดเลือด ที่มีสารประกอบประเภทกรดอะมิโน ที่เรียกว่า EDTA ผสมกับวิตามินและแร่ธาตุ ซึ่ง EDTA ทำหน้าที่สำคัญ ในการจับสารโลหะหนัก ทำให้เส้นเลือดมีความยืดหยุ่นดี่ขึ้น ลดการสะสมของสารพิษที่เกาะตามผนังหลอดเลือด หรือสารโลหะหนักส่วนเกินที่ตกค้างในน้ำเลือด ซึ่งทำให้เกิดปัญหาผนังหลอดเลือดอักเสบ ขรุขระ เส้นเลือดแข็งหรือตีบแคบ อุดตัน ส่งผลให้ระบบใหลเวียน การลำเลียงไม่ดี ก่อให้เกิดปัญหาโรคต่างๆมากมายเช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง หัวใจขาดเลือด และโรคความเสื่อมตามอวัยวะต่างๆ

     

    ประโยชน์ที่ได้รับ

    - ขจัดสารพิษตกข้างในร่างกายและระบบหลอดเลือด
    - ลดอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง
    - ทำให้ระบบการไหลเวียนโลหิตดีขึ้น
    - ลดอัตราเสี่ยงของหลอดเลือดแข็งอุดตันและตืบแคบซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคความดันโลหิต      สูง โรคหัวใจขาดเลือด
    - ป้องกันโรคความเสื่อมต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากระบบหมุนเวียนที่ไม่ดี

     

    ล้างพิษด้วย Chelation Therapy ดีอย่างไร?

    โลกที่เต็มไปด้วยมลพิษ ทั้ง น้ำ และอากาศ ดิน อาหาร ทุกอย่างล้วนมีโอกาสที่จะปนเปื้อนสารพิษ โลหะหนักได้ สารพิษโลหะหนักพบได้ในวัสดุก่อสร้าง เครื่องสำอาง ยารักษาโรค อาหารที่ผ่านกระบวนการต่างๆ แหล่งซื้อผลิตภัณฑ์สำหรับดูแลสุขภาพ สิ่งมีชีวิตต่างๆ รวมถึงมนุษย์ ก่อให้เกิดความผิดปกติ ในการแบ่งตัวของเซลล์ทำให้ความสามารถในการนำสารอาหารไปหล่อเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ในร่างกายน้อยลง ส่งผลให้เกิดความเสื่อมสภาพของอวัยวะในร่างกายอย่างต่อเนื่อง

     

    คีเลชั่นทำงานอย่างไร


    EDTA จะไปจับกับโลหะหนัก เช่น เหล็ก และ แคลเซี่ยม ซึ่งสะสมพอกอยู่ตามผนังหลอดเลือดให้ไหลเวียนออกมาในกระแสเลือด รวมไปถึงโลหะหนักเป็นพิษที่สะสมอยู่ในเนื้อเยื่อร่างกายด้วย นอกจากนี้ วิตามินและแร่ธาตุ โดยเฉพาะสารต้านอนุมูลอิสระในขนาดที่เรียกว่า Megadose (ขนาดมากพอที่จะส่งผลในการรักษา) ก็จะไปรักษาหลอดเลือด ทำให้ผนังหลอดเลือดดีขึ้น เส้นเลือดจะไม่ตีบตัน

    EDTA เป็นกรดอะมิโนที่ค้นพบเมื่อปี 1930 โดยชาวเยอรมัน Franz Munz ซึ่งต่อมาได้จดทะเบียนสำหรับเป็นยารักษาภาวะโลหะหนักสะสมในร่างกาย ต่อมาในราวปี 1950 แพทย์สังเกตุพบว่า ผู้ป่วยที่มารักษาภาวะพิษตะกั่วในโลหะด้วย EDTA และมีโรคเส้นเลือดหัวใจอุดตันอยู่ด้วย กลับมีอาการของโรคเส้นเลือดหัวใจอุดตันดีขึ้น จึงนำมาสู่การศึกษากว้างขวางและในที่สุด ได้มีการใช้ EDTA Chelation เพื่อการรักษาความผิดปกติของผนังหลอดเลือดด้วย นอกเหนือจากพิษโลหะและพิษสะสม

     

    คีเลชั่นช่วยในภาวะไหนบ้าง

    จากการศึกษาวิจัย พบประโยชน์ของคีเลชั่นมากมายคือ ลดอัตราการเกิดมะเร็งลงได้ 90% (Blumer&Reich 1980)
    รักษาโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตันได้ผล 87-89% (Chappell and Stahl 1993) รักษาโรคการไหลเวียนเลือดส่วนปลายอุดตันได้ผล 91% โดยได้ทำการวิเคราะห์จากงานวิจัย 19 ชิ้นรวมเป็นจำนวนผู้ป่วยในการวิจัย 22,675 คน
    ผู้ป่วยโรคผิวหนังแข็ง โรคปวดข้อรูมาตอยด์ มีอาการดีขึ้น (Boyle&Clarke)
    ความดันดีขึ้น เบาหวานดีขึ้น โรคไตดีขึ้น อาการอ่อนเพลียดีขึ้น ไขมันในเลือดลดลง (McDonagh, Rudolph, and Cheraskin)
    Hancke and Flytlie 1993 สรุปผลการวิจัยพบว่า ผู้ป่วยที่เส้นเลือดอุดตันที่หมอนัดทำ bypass และนัดตัดขาทิ้ง แล้วมาทำคีเลชั่น จำนวน 92 ราย ยกเลิกการผ่าตัดไปได้มากถึง 89%
    พบว่าคีเลชั่น ทำให้มวลกระดูกหนาขึ้น เชื่อว่าเกิดจากการที่แคลเซี่ยมออกมาในกระแสเลือด จึงไปกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนพาราทัยรอยด์ ซึ่งทำหน้าที่ดึงแคลเซี่ยมที่อยู่ในกระแสเลือดให้เข้าไปสร้างกระดูก

    คีเลชั่นเหมาะกับใคร

    - ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการอุดตันของหลอดเลือด เช่น อุดฟินด้วยโลหะ อบัลกับ มีไขมันในเส้นเลือดสูง มี oxidative stress (ระดับอนุมูลอิสระสูง) เช่น ดื่มชา กาแฟ แอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ หรือคนในบ้านในที่ทำงานสูบ ฯลฯ
    - ผู้ที่มีปัญหาพิษโลหะสะสมและปัญหาสารพิษอื่นๆ สะสมในร่างกาย
    - ผู้ที่มีร่างกายอ่อนแอ การไหลเวียนเลือดบกพร่อง มีอาการ เช่น เวียนหัวง่าย ฯลฯ
    - ผู้ที่มีปัญหาโรคความดันโลหิตสูง เนื่องจากหลอดเลือดไม่ยืดหยุ่น
    - ผู้ที่แข็งแรงดี แต่ต้องการป้องกันตนเองจากโรคมะเร็งและโรคเส้นเลือด ตีบตัน รวมทั้งต้องการกำจัดสารพิษและโลหะหนักออกจากตัวและ ต้องการรักษาสภาพของเส้นเลือดทั่วตัว ไม่ให้เกิดการอุดตันในอนาคต
    - ผู้ที่ไปทำบอลลูบเส้นเลือด,ใส่ขดลวด,ทำบายพาส มาแล้ว เพราะจะเกิดการอุดตันใหม่เร็วๆนี้ การทำคีเลชั่น จะลดปัญหาเหล่านั้นได้

     

    ระหว่างการทำคีเลชั่นควรปฏิบัติตัวอย่างไร

    ระหว่างที่ร่างกายกำจัดสารพิษ และลดโลหะหนักสะสม ไตจะทำงานเพิ่มขึ้น ควรดื่มน้ำสะอาดเพิ่มขึ้น และถ้าเป็นไปได้ ใช้น้ำดื่มที่มีขนาดโมเลกุลน้อยประเภท activated water หรือ energized water ต่างๆ ควรรับประทานวิตามิน และแร่ธาตุต่างๆ ในรูปอาหารเสริม เพิ่มขึ้นไปจากอาหารประจำวัน เพราะบางทีเราจะเสียแร่ธาตุไปบ้างในระหว่างการคีเลชั่น

     

     

     

     

     

    ทีมแพทย์สตาร์คลินิก มีประสบการณ์ด้านผิวพรรณและ
    ศัลยกรรมความงาน มากกว่า10ปี
    เปิดบริการทุกวัน เวลาทำการ 11.00 - 21.00น
    ปรึกษาสอบถามโปรโมชั่น โทร. 088-004-0005

     
    อ่าน 331 ครั้ง

Recommendสตาร์คลินิก (Star Clinic) | แนะนำบทความดีๆ

Scroll To Top